วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดท้ายบท

แบบฝึกหัด1

บทที่1 (กิจกรรม1)      กลุ่มเรียนที่ 3

รายวิชา กาารจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาววารีรัตน์ เพียธงษา                                               รหัส54010916541

จงเติมในช่องว่างว่าข้อใดเป็นข้อมูล หรือสารสนเทศ

1.ข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผล

2.ข้อมูลปฐมภูมิคือ สารสนเทศที่ได้มาจากต้นแหล่งโดยตรง เป็นสารสนเทศทางวิชาการ ผลของการศึกษาค้นคว้า วิจัย รายงาน การค้นพบทฤษฎีใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่การยอมรับเป็นทฤษฎีใหม่ที่เชื่อถือได้ สารสนเทศประเภทนี้มักจะถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะสิ่งพิมพ์ และการถ่ายทอดสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์
ยกตัวอย่างประกอบ เช่น งานวิจัยเรื่อง "การศึกษาสภาพการดำเนินงานจากงบการงินของธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลาง" จากการวิจัยเรื่องนี้ถ้าผู้วิจัยเข้าไปสัมภาษณ์หรือเก็บข้อมูลงบการเงินจากบรรดาธุรกิจอุตสาหรรมขนาดกลางโดยตรง ข้อมูลที่ก็บรวบรวมได้ จัดได้ว่าเป็น ข้อมูลปฐมภูมิ

3.ข้อมูลทุติยภูมิคือ เป็นแหล่งของข้อมูลที่ได้จากรายงาน หรือถ่ายทอดมาจากข้อมูลชั้นต้น หรือนำข้อมูลปฐมภูมิมาสังเคราะห์และเรียบเรียงขึ้นใหม่ เพื่อเสนอข้อคิดหรือแนวโน้มหรือถ่ายทอดในสิ่งที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์พูด หรือเขียน หรือถ่ายทอดในลักษณะต่าง ๆ ไว้ หรืออาจจะถ่ายทอดมาหลายทอดก็ได้ การนำมาใช้ในการวิจัยจึงต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ นอกจากนั้น ข้อมูลที่ได้อาจไม่ทันสมัย ดังนั้นในการค้นหาข้อมูลทุติยภูมิจึงต้องเลือกค้นหาข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ส่วนข้อดีของข้อมูลทุติยภูมิคือ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการค้นหาข้อมูล
ยกตัวอย่างประกอบ เช่น ข้อมูลต่างๆที่หน่วยงานรัญบาลทำไว้แล้ว เช่น สถิติจำนวนประชากรแต่ละจังหวัด

4.สารสนเทศหมายถึง สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ เรื่องราว ข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ หรืออาจกล่าวได้ว่า สารสนเทศ เกิดจากการนำข้อมูล ผ่านระบบการประมวลผล คำนวณ วิเคราะห์และแปลความหมายเป็นข้อความที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

5.จงอธิบายประเภทของสารสนเทศ การจำแนกประเภทสารสนเทศได้มีการจำแนกออกเป็น ตามแหล่งสารสนเทศและตามสื่อที่จัดเก็บดังนี้ คือ
1.สารสนเทศจำแนกตามแหล่งสารสนเทศ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามการรวบรวมหรือจักทำกับสารสนเทศ จำแนกได้ดังนี้
1.1แหล่งปฐมภูมิ (Primary Source)
1.2แหล่งทุติยภูมิ (Secondary Source)
1.3แหล่งตติยภูมิ (Tertiary Source)
2.สารสนเทศตามแล่งที่จัดเก็บ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามชนิดของสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ได้แก่ กระดาษ วัสดุย่อส่วน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อแสง

6.ข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพเสียงคือ ข้อมูล

7.ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็น สารสนเทศ

8.ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนเป็น ฐานข้อมูลออนไลน์

9.ผลของการลงทะเบียนเรียนเป็น ฐานข้อมูลออนไลน์

10.กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาวิชาการจักการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Sectionวันอังคารเป็น ข้อมูลเชิงปริมาณ




แบบฝึกหัด2

บทที่ 2 บทบาทสารสนเทศกับสังคม กลุ่มเรียนที่3

รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                   รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาว วารีรัตน์ เพียธงษา                                                      รหัสนิสิต54010916541


คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.ให้นิสิตหารายชื่อเว็บไซต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่างๆตามหัวข้อเหล่านี้มาอย่างละ3รายการ

1.1 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา

www.studentloan.or.th.

www.msu.ac.th

www.kku.ac.th

1.2 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน

www.price.moc.go.th

www.oic.or.th

www.doae.go.th

1.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน

www.innnews.co.th

www.thairath.co.th

www.komchadluek.net

1.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม

www.dip.go.th

www.set.or.th

www.fti.or.th

1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์

www.netterimages.com

www.ami.org

www.doereport.com

1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ

www.glo.or.th

www.rpca.ac.th

www.rta.mi.th

1.7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม

www.coe.or.th

www.acat.or.th

www.ceat.or.th/2010/index.php

1.8 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพเกษตร

www.kasetporpeang.com

www.doa.go.th

www.bangsaiagro.com

1.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ

www.nep.go.th

www.ddc.go.th

www.tddf.or.th

2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง บอกมาอย่าง น้อย 3 อย่าง

www.reg.msu.ac.th

www.sa.msu.ac.th

www.msu.ac.th

3. ข้อ 2 จงวิเคราะห์ว่าท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองอย่างไรบ้าง

- สามารถลงทะเบียนเรียน ตรวจสอบข้อมูลการศึกษา www.reg.msu.ac.th

- ติดตามกิจกรรมต่างๆและติดต่อสอบถามข้อมูล www.sa.msu.ac.th

- สามารถติดตามข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัย www.msu.ac.th




แบบฝึกหัด3

บทที่ 3 การรู้สารสนเทศ กลุ่มเรียน 3

รายวิชา การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน        รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาววรีรัตน์ เพียธงษา                                                รหัสนิสิต 54010916541


คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องทีสุด

1.ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ

ตอบ. ง.ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ

2.จากกระบวนการของการรู้สารสรเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด

ตอบ. ง.ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

3.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ

ตอบ
. ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม

4.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการเรียนรู้สารสนเทศ

ตอบ. 3. สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง

5.ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขัดตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง

ตอบ. ค. 5-4-1-2-3




แบบฝึกหัด4

บทที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มเรียน 3

รายวิชา การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                   รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาววรีรัตน์ เพียธงษา                                                  รหัสนิสิต 5401091654


คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิดแล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน

1. การบันทึกและการจัดเก็บข้อมูล

· เมมโมรี่สติกค์ ( Memory Stick )

· ซีดีรอม ( CD - Rom )

· แฟลช ไดร์ฟ ( Flash Drive )

2. การแสดงผล

· จอภาพ ( Monitor )

· เครื่องพิมพ์ ( Printer )

· ลำโพง ( Speaker )

3. การประมวลผล

· ซีพียู ( CPU )

· หน่วยความจำหลัก ( Primary Storage )

· เมนบอร์ด ( Main Board )

4. การสื่อสารและเครื่อข่าย

· ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Mail : E-mail )

· โทรสาร ( Facsimile หรือ Fax )

· การประชุมทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ ( Video Conferencing )

2.ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องขวามาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความสัมพันธ์กัน


..8..  ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1.ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผล
..3..   Information Technology
2.e-Revenue
..1..   คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3.เทคโนโลยีต่างๆที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
..4..  เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วนได้แก่Sender Medium และ Decoder
..10..  ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
5.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย
..7..   ซอฟต์แวร์ระบบ
6.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
..9..  การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมิเดียที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตามระดับความสามารถ
7.โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆภายในระบบคอมพิวเตอร์
..5..  EDI
8.โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
..6..  การสื่อสารคมนาคม
9.CAI
..2..  บริการชำระภาษีออนไลน์
10.ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ




แบบฝึกหัด5

 บทที่ การจัดการสารสนเทศ             กลุ่มเรียน 3

รายวิชา การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน             รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาววรีรัตน์ เพียธงษา                                            รหัสนิสิต 5401091654


คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ

ตอบ.การจัดการสาสนเทศ ความหมายถึง การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ สารสนเทศโดยจัดให้มีระบบสารสนเทศ การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การโดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมาใช้ในการจัดการ รวมทั้งนโยบาย หรือ กลยุทธ์ระดับองค์การในการจัดการสารสนเทศ

2.การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อบุคคลและต่อองค์การอย่างไร

ตอบ. 
ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อบุคคล
ความสำคัญต่อบุคคลในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษา และการทำงานประกอบอาชีพ ต่างๆ บุคคลย่อมต้องการสารสนเทศหลายด้านเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น มีความก้าวหน้า และมีความสุขตลอดจนการเลี้ยงดูคนในครอบครัวให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถที่ทำให้คุณประโยชน์แก่สังคม เอื้ออำนวยให้บุคคลสามารถเลือกระบบการศึกษา การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม สามารถเรียนรู้และศึกษาได้ตลอดเวลาตามความสนใจเฉพาะตน
ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อองค์การ
การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อองค์การในด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และกฎหมาย ดังนี้
1) ความสำคัญด้านการบริหารจัดการ การบริหารจัดการในยุคโลกาภิวัตน์เป็นการบริหารภายใต้สภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันกันทางธุรกิจสูง ผู้บริหารต้องอาศัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องทั้งกับสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ทางเลือกในการแก้ปัญหา การตัดสินใจ การกำหนดทิศทางขององค์การ ให้สามารถแข่งขันกับองค์การคู่แข่งต่างๆ
2) ความสำคัญด้านการดำเนินงาน สารสนเทศนับมีความสำคัญต่อการดำเนินงานในหลายลักษณะ เป็นทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน และหลักฐานที่บันทึกการดำเนินงานในด้านต่างๆ ตามที่หน่วยงานดำเนินการ การจัดการสารสนเทศช่วยให้การใช้สารสนเทศเพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกระแสงานหรือขั้นตอน จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน เอื้อให้เข้าถึงและใช้สารสนเทศได้อย่างสะดวก
3) ความสำคัญด้านกฎหมาย การจัดการสารสนเทศเพื่อการดำเนินงาน จำเป็นต้องสอดคล้องกับกฎหมาย กฎ ระเบียบและข้อบังคับทั้งในระดับภายในและภายนอกองค์การ โดยเฉพาะสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเงินและบัญชีที่ต้องรวบรวมจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ รวมทั้งมีการตรวจสอบความถูกต้องทั้งจากหน่วยงานภายในองค์การ หรือจากหน่วยงานภายนอกตามกฎหมาย

3.พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง

ตอบ. มี 2 ยุค
1.การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ
2.การจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์

4.จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
ตอบ
1.ใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียน
2.ใช้ในการทำงาน รายงานต่างๆ
3.ใช้ในการสืบค้นข้อมูล



แบบฝึกหัด6

บทที่ 6 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน กลุ่มเรียน 3

รายวิชา การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                       รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาววรีรัตน์ เพียธงษา                                                       รหัสนิสิต 5401091654

คำชี้แจง  จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1.กระประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
ตอบ .1.เทคโนโลยีสารสนเทศ
2.เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียบกันในสังคม?
ตอบ. 2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
3.การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
ตอบ. 1. ระแบบอัตโนมัติ
4.ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
ตอบ. 1. ระบบการโอนถ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
5.เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
ตอบ. 4. การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล
6.เครื่องมือที่สำคัญในการจัดการสารสนเทศในยุดเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
ตอบ. 4. ถูกทุกข้อเทคโนโลยีสารสนเทศสารสนเทศคอมพิวเตอร์
7.ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
ตอบ. 4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ
8.ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
ตอบ. 1. เครื่องถ่ายเอกสาร
9.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?
ตอบ. 3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
10.ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
ตอบ. 4. ถูกทุกข้อ, ตรวจสอบการลงทะเบียน ผลการสอบได้สามารถสืบค้นข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกได้




แบบฝึกหัด7

บทที่ 7 ความปลอดภัยของสารสนเทศ กลุ่มเรียน 3

รายวิชา การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                      รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาววรีรัตน์ เพียธงษา                                                     รหัสนิสิต 5401091654


คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Fiewall) คือ

ตอบไฟร์วอล คือ รูปแบบของโปรแกรมหรืออุปกรณ์ที่ถูกจัดตั้งอยู่บนเครือข่ายเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายภายใน (Internet) โดยป้องกันผู้บุกรุก (Intrusion) ที่มาจากเครือข่ายภายนอก (Internet) หรือเป็นการกำหนดนโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่างเครือข่ายสองเครือข่าย โดยสามารถกระทำได้โดยวิธีแตกต่างกันไป แล้วแต่ระบบ

2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ woem , virus , computer , spy ,ware , adware มาอย่างน้อย 1 โปรแกรม
ตอบ woem เวอร์มหรือมาโครไวรัส หมายถึง โปรแกรมซึ่งเป็นอิสระจากโปรแกรมอื่นๆโดยจะแพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่อยู่บนเครือข่ายแพร่พันธุ์ด้วยการคัดลอก(copy)ตนเองออกและส่งต่อผ่านเครือข่ายออกไป

3.ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง?

ตอบ มี 2 ชนิด 
1. Application Viruses
2. System viruses

4. ให้นิสิตอธิบายแนวทางการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย 5 ข้อ?
ตอบ

1.มีการกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้ระบบเข้าใช้ระบบในส่วนที่จำเป็น
2.มีการเข้ารหัสข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
3.มีระเบียบปฏิบัติในการควบคุมใช้ข้อมูลอย่างชัดแจ้งในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
4.การเก็บข้อมูลหรือกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ ตลอดเวลา
5.องค์กรมีนโยบายหรือมาตรการให้ผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทุกคนต้องเปลี่ยนรหัสผ่าน บ่อยๆหรืออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่?

ตอบ
1.ความเป็นส่วนตัว คือ ไม่เข้าไปอ่าน E-Mail ของผู้อื่น
2.ความถูกต้อง คือ การให้ข้อมูลที่เป็นจริง ไม่หลอกลวงเพื่อประโยชน์ของตนเอง
3.ความเป็นเจ้าของ คือ การได้กรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน เช่น computer หรือ ทรัพย์สินทางปัญญา
4.การเข้าถึงข้อมูล คือ ป้องกันการเข้าไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง



แบบฝึกหัด8

บทที่ 8 การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม กลุ่มเรียน 3 

รายวิชา การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                           รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาววรีรัตน์ เพียธงษา                                                          รหัสนิสิต 5401091654



คำชี้แจง จงพิจารณากรณีศึกษานี้

1. “นาย A ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้ โดยทำระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงาน นาย B นำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลอง” การกระทำอย่างนี้เป็นการผิดจริยธรรม หรือกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
ตอบ ผิด มีผลกระทบต่อ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแบบผิดๆ เพราะใช้ในการกลั่นแกล้งคนอื่นทำให้ผู้อื่นเสียหายได้

2. “นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้งรูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชายKเป็นนักเรียน ในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J’’ การกระทำอย่างนี้เป็นการผิดจริยธรรมหรือกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหนจงอธิบาย
ตอบ ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยมีบทบัญญัติกำหนดให้การส่งสแปมเป็นความผิดไว้ในมาตรา 11 คือ "ผู้ใดส่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท"องค์ประกอบสำคัญของความผิดตามมาตรานี้ อยู่ที่การปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของข้อมูล ซึ่งก็คือ การปกปิด หรือปลอมแปลง IP address ไม่ใช่การปกปิดชื่อหรือใช้นามแฝงในการส่ง องค์ประกอบต่อมา คือ การส่งสแปมดังกล่าวเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข

5.ประโยชน์เน้นๆของการ”กินคลีน”




1.หุ่นเป๊ะ “บอกลาไขมันกันเสียแต่วันนี้”
การเลือกกินไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสมและกินผักผลไม้จะช่วยลดพุงและไขมันส่วนเกินตามต้นแขนต้นขาได้ดี
2.ชะลอวัย “บ๊ายบาย ริ้วรอย และอาการเสื่อม”
ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดปัญหาร่างกายเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยในการขับถ่าย ทำให้ผิวสวยหน้าใสปิ๊ง
3.ไกลมะเร็ง “เริ่มต้นป้องกันภัย ห่างไกลโรคร้าย” เพิ่มกากใยอาหาร เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ลดสารก่อมะเร็งต่างๆ ลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งลำไส้ แต่ถ้ากังวลเพราะมีความเสี่ยง มีกรรมพันธุ์หรือกังวลกับโรคมะเร็งจนรู้สึกว่าควรมีประกันไว้ แต่ก็คิดว่าตัวเองก็ใส่ใจสุขภาพแข็งแรงแน่นอน ลองมองหาประกันโรคมะเร็งที่จ่ายน้อยให้ผลประโยชน์สูง เดี๋ยวนี้เค้าก็มีประกันที่ตอบแทนผู้ใส่ใจสุขภาพ หากไม่เคลมก็จะมีการคืนเบี้ยประกันบางส่วนเพื่อเป็นรางวัลให้ผู้ใส่ใจสุขภาพ และยังมีแบบพิเศษที่คืนเร็วทุกสองปีด้วย



  ประโยชน์เน้นๆของการ”กินคลีน”

ส่งท้าย..จำไว้ว่าการกินคลีนไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่ราคาแพง สุดหรู แต่เน้นเรื่องความสด สะอาด และคุณค่าจากสารอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งแต่น้อยเป็นหัวใจสำคัญ โดยอาจจะค่อยๆเริ่มทีละเล็กน้อยก่อนจะเพิ่มมากขึ้นๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ต้องกดดันมาก เพราะการกินคลีนนั้นสามารถเลือกอาหารที่เราชอบมากินได้หมด และยังดัดแปลงให้เก๋ไก๋สั่งได้ตามใจเรา กินให้มีความสุขจะดีกว่ากินแบบความรู้สึกที่โดนบังคับ
คิดซะว่าอย่างน้อยการกินอาหารเพื่อสุขภาพก็เป็นการกินอาหารให้เป็นยา ดีกว่ากินยาให้เป็นอาหารนะ จริงมั้ย

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

4.สูตรอาหารคลีนง่ายๆ เพื่อสุขภาพ 
            
              ถ้าจะให้ยกตัวอย่างอาหารคลีน ก็ได้แก่ ผัก ผลไม้สด ๆ ธัญพืช อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี จำพวกข้าว แป้ง น้ำตาล อาหารที่ไม่ปรุงรสจัด ทั้งรสหวานจากน้ำตาล หรือรสเค็มจากการเติมเกลือ และน้ำปลา รวมไปถึงเครื่องปรุงรสใด ๆ ที่ทำให้อาหารมีรสผิดไปจากธรรมชาติ นอกจากนี้อาหารประเภททอด ที่ทอดด้วยน้ำมันท่วม ๆ หรืออาหารผัดที่ใช้น้ำมันเยอะ ๆ ก็เป็นอาหารต้องห้ามสำหรับหมวดอาหารคลีนด้วยนะคะ

เมนูHappy & Clean 

ร็อคเก็ตสลัด


ใบร็อคเก็ต มะเขือเทศเชอร์รี่ Feta Cheese เรียงใส่จานให้สวยงาม

ผสมน้ำมันมะกอก น้ำส้มบัลซามิก เกลือ พริกไทย 

คลุกเบาๆให้ทั่ว 


ปอเปี๊ยะเวียดนาม


แผ่นแป้งเวียดนามแบบกลมใหญ่

ผักสดตามชอบ เช่นผักกาดหอม ใบผักชีฝรั่ง โหระพา ผักแพว ล้างสะอาดผึ่งให้สะเด็ดน้ำ

กุ้งขาวสดต้มสุก เวลาต้มเสียบไม้เพื่อให้ตัวตรง 6-10ตัว

สำหรับไส้หมูใช้หมูบดรวนสุก กับหมูยอหั่นเป็นเส้นยาว

ไส้ปลาใช้ทูน่าในน้ำเกลือ หรือเนื้อปลาตามชอบลวกสุก

วิธีทำ


1. ชุบแผ่นแป้งในน้ำสุก วางลงบนจานแบนใหญ่

2. วางผัก เนื้อสัตว์ตามชอบ ให้ชิดขอบด้านล่าง

3. ม้วนแผ่นแป้ง รวบให้แน่น พับแป้งซ้ายขวาเพื่อปิดหัวท้ายม้วนให้สุดแป้ง หั่นเป็นชิ้นเรียงใส่จานถ้ายังไม่เสิร์ฟให้ใส่กล่องปิดฝาสนิทเพื่อไม่ให้แป้งแห้งแข็ง

น้ำจิ้ม


โขลกกระเทียมแกะเปลือก4-5กลีบ พริกขี้หนูสวน

กับเกลือเม็ดให้ละเอียด ใส่ผักชีเพื่อเพิ่มความหอม

ปรุงด้วยน้ำมะนาว น้ำปลานิดหน่อย น้ำตาลเทียม

ผสมน้ำสุกเล็กน้อยชิมให้ได้รสตามชอบใจ


ไข่เจียวดอกโสน


ดอกโสนเด็ดก้านล้างให้สะอาด

ไข่เป็ด ถ้าเป็นเป็ดเลี้ยงธรรมชาติจะแดงสวยและมันอร่อย

วิธีทำ

ต่อยไข่ใส่ชาม ตีให้เข้ากัน เหยาะน้ำปลาเล็กน้อย

ใส่ดอกโสน ผสมเบาๆ

ทอดในกระทะเทฟลอนที่ทาน้ำมันเล็กน้อยให้สุกเหลือง

กินกับน้ำพริกตามชอบค่ะ


Clean Fruit Salad



แอปเปิล กีวี กล้วยหอม และเผือกต้ม โรยด้วยอัลมอนสไลซ์ งาขาว และพาสเลย์สับนิดหน่อย เสิร์ฟพร้อมส้ม อร่อยอิ่มไม่อ้วนค่ะ



ซาลาเปาผักไส้หมูสับ



ส่วนผสม
- ผักกาดขาว (หัวย่อม ๆ ) 1 หัว

- หมูสับหรือเนื้ออกไก่สับ 150-200 กรัม

- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

- รากผักชีสับ 1 ช้อนโต๊ะ

- ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลาแบบโซเดียมต่ำ (Low Sodium)

วิธีทำ
1. นำผักกาดขาว ฉีกเป็นใบ ๆ ไปต้มในน้ำเดือดให้ใบนิ่ม เตรียมไว้

2. นำหมูสับมาผสมกับกระเทียมรากผักชี และซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลาเล็กน้อย พักไว้

3. นำผักกาดขาวประมาณ 3 ใบ วางเรียงใส่ชามหรือถ้วยลักษณะครึ่งวงกลม ทับด้วยหมูสับที่หมักไว้ จากนั้นทับด้วยใบผักกาดขาวอีกครั้ง ทำซ้ำแบบเดิมประมาณ 3-4 ชั้น โดย ปิดทับด้วยใบผักกาดขาว 2 ใบในชั้นสุดท้าย กดให้แน่น นำไปนึ่งประมาณ 20 นาทีหรือจนสุก

4. พอสุกแล้ว ใช้ช้อนกด ๆ จะมีน้ำผักอยู่พอสมควรให้ตักออกมาพักไว้ใช้เป็นน้ำซุป

5. คว่ำซาลาเปาผักใส่จาน ผ่าเป็น 4 ส่วนหรือหั่นเป็นชิ้นตามชอบ ใส่น้ำซุปลงไปในจาน พร้อมเสิร์ฟ

Cr.Kapook

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

3.กินคลีนเพื่อสุขภาพกินอย่างไรให้ถูกวิธี




หลักการของการทานคลีนโดยทั่วไป

เน้นที่การทานอาหารให้หลากหลาย ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน(ดี) ดูแลเรื่องส่วนผสมและวิธีการปรุง หลีกเลี่ยงการทอด ขนมอบ เบเกอรี่ ของมันๆหวานๆ อาหารที่มีปริมาณน้ำตาลและเกลือสูง หรือบางกลุ่มหลีกเลี่ยงการทานผลไม้เพื่อลดน้ำตาลแฝงที่มากับผลไม้ นอกจากนี้ยังต้องควบคุมพลังงานและสารอาหารให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป และจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อหาอาหารต่างๆ ร่วมด้วยเช่น การอ่านฉลาก ดูปริมาณให้เหมาะสม ซึ่งถือเป็นข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐาน หลีกเลี่ยงการทานอาหารสำเร็จรูปทุกชนิด ปรุงและเตรียมอาหารด้วยตนเอง

ทานผักผลไม้มากขึ้น




เนื่องจากผักและผลไม้ให้พลังงานต่ำจึงสามารถทานได้ในปริมาณมาก มีเส้นใยสูงช่วยให้อยู่ท้องและช่วยในการขับถ่าย นอกจากนี้ผักและผลไม้ยังมีวิตามินและแร่ธุาติสารอาหารมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยวิธีการนั้นควรเลือกผักและผลไม้สด ซึ่งถ้าหากเป็นผลไม้ควรเลือกทานที่ไม่หวานจัด และควรหลีกเลี่ยงของหมักดอง ผลไม้แห้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ สำหรับกลุ่มที่ต้องการผลชัดเจน จะงดการทานผลไม้เพื่อหลีกเลี่ยง และตัดพลังงานจากน้ำตาลแฝงที่มากับผลไม้ ส่วนผัก จะเน้นที่ผักใบเขียวและม่วง คำนวนให้เพียงพอต่อปริมาณคาร์โบไฮเดรตและสารอาหารต่างๆที่ร่างกายต้องการใช้ต่อวัน ไม่มากเเละไม่น้อยจนเกินไปนะคะ

ตัดไขมันอิ่มตัวออกจากมื้ออาหาร

เรื่องของการงดหรือการตัดการรับประทานไขมันนั้น ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่าไขมันไม่ได้เลวร้ายไปซะทุกชนิด ไม่จำเป็นต้องงดไขมัน เพียงแต่ต้องเลือกและงดไขมันชนิดอิ่มตัว และเพิ่มไขมันชนิดดีเข้าไป โดยหลักแล้วไขมันที่แนะนำให้งดคือไขมันที่มาจาก นม เนย ชีส และเนื้อสัตว์บางชนิด โดยไขมันดีที่ยังแนะนำให้รับประทานอยู่คือไขมันที่มาจาก น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า เนื้อปลา และถั่วต่างๆ เนื่องจากไขมันเหล่านี้ดีสำหรับหัวใจ และช่วยเพิ่มระดับคอเรสเตอรอลตัวดีอย่างHDL ในขณะที่ไขมันอิ่มตัวนั้นเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดจึงแนะนำให้จำกัดปริมาณ 

ลด งด ละ เลิก เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด




การลดน้ำหนักด้วยการทานคลีนนั้นจำเป็นจะต้องคลีนถึงเครื่องดื่มต่างๆที่เราดื่มด้วย การดื่มแอลกอฮอลในปริมาณที่พอเหมาะอาจดีต่อสุขภาพ (ประมาณ 1 แก้วต่อวัน(ผู้หญิง)หรือประมาณ 2 แก้วต่อวัน (ผู้ชาย)) มากกว่านั้นอาจทำให้เกิดอาการขาดน้ำและจะทำให้เกิดความอยากอาหารมากกว่าปรกติ

ควบคุมความหวาน

คนทั่วไปชอบรสหวาน เพราะเชื่อว่าความหวานช่วยให้ความสดชื่น ทั้งที่ปริมาณน้ำตาลที่ทานได้ต่อวันนั้นสำหรับผู้หญิงไม่เกิน 4 ช้อนชา และผู้ชายไม่เกิน 6 ช้อนชา ซึ่งในหลักการของการทานคลีนนั้น จำเป็นจะต้องจำกัดการทานของหวานๆ และน้ำตาลลง โดย ลด หรืองด เครื่องดื่มที่มีรสหวาน ลูกกวาด และขนมอบต่างๆ โดยเฉพาะต้องอ่านฉลากให้ถี่ถ้วนถึงแม้ว่าอาหารนั้นจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เช่นโยเกิร์ต ซอสมะเขือเทศ ซีเรียล ล้วนแล้วแต่มีการปรุงรสด้วยน้ำตาลทั้งสิ้น เพื่อให้การทานคลีนของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราควรใส่ใจและระมัดระวังการใช้น้ำตาลในการปรุงอาหารโดยลดให้ได้มากที่สุด หรืออาจใช้ สารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้เป็นบางครั้งคราว

ปริมาณเกลือก็ต้องใส่ใจ

การรับประทานเกลือมากเกินไปทำให้ความดันโลหิตสูงได้ โดยปริมาณเกลือที่สามารถทานได้ต่อวันคือ ต้องไม่เกิน 2300 มิลลิกรัม หรือประมาณเเค่ 1 ช้อนชาต่อวันเท่านั้น ซึ่งตัวการหลักของปริมาณเกลือแฝงที่มากเกินไปมาจากอาหารแปรรูป อาหารแปรรูปส่วนใหญ่จะมีปริมาณเกลือมากกว่าอาหารที่ทำเองในครัวเรือน ดังนั้นการงดหรือลดการทานอาหารแปรรูปอย่าง ลูกชิ้น ใส้กรอก น้ำผลไม้กล่อง ผลไม้แห้ง ผลไม้แช่อิ่ม อาหารหมักดอง อาหารแช่แข็ง บะหมีกึ่งสำเร็จรูป ก็จะช่วยลดปริมาณเกลือแฝงที่มาจากอาหารลงได้ เนื่องจากอาหารเหล่านี้มักอุดมไปด้วยไขมัน เกลือ น้ำตาล และ สารกันบูด จึงควรหลีกเลี่ยง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรอ่านฉลากอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน นอกจากนี้หากทำอาหารทาเองควรใช้เกลือและซอสปรุงรสแต่น้อย ปรุงด้วยสมุนไพรและให้รสชาติอ่อนไว้ก่อนจะถือว่าคลีน

เลือกข้าวกล้อง และธัญพืช




เหตุผลหลักในการแนะนำให้เปลี่ยน ไม่ใช่มาจากพลังงานที่ต่ำกว่าข้าวขาวหรือแป้งขาวแต่อย่างใด เพราะพลังงานในข้าวกล้องหรือธัญพืชบางชนิดอาจเท่ากันหรืออาจสูงกว่าข้าวแป้งขาวๆด้วยซ้ำ โดยข้าวกล้องนั้นเป็นข้าวที่ยังไม่ผ่านการขัดสีส่วนของจมูกข้าวออกจึงทำให้ข้าวและธัญพืชเหล่านี้มีคุณประโยชน์จากสารอาหารมากมาย และนอกจากนี้การทานข้าวกล้องและธัญพืชจะทำให้ร่างกายมีกระบวนการดึงไปใช้งานที่เป็นไปอย่างช้าๆ สามารถทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี แถมยังมีกากใยสูงช่วยให้อิ่มนานอีกด้วยค่ะ

อย่าลืมโปรตีน

การทานอาหารเเบบคลีนนั้นการเลือกแหล่งโปรตีนเป็นเรื่องสำคัญ ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทาน เป็นอันดับหนึ่ง โดยรองลงมาคือ คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน ตามลำดับ ซึ่งวิธีการเลือกแหล่งโปรตีน ควรเลือกโปรตีนที่มีไขมันดี โดยแนะนำให้เป็นอาหารทะเล เช่นเนื้อปลา สำหรับกุ้ง ปลาหมึก และหอย ควรควบคุมปริมาณ หรือ แหล่งโปรตีนไขมันต่ำที่มีราคาพอซื้อหาได้ เช่น อกไก่ ไข่ เนื้อวัวไม่ติดมัน เป็นต้น สำหรับไข่ อาจจะไม่จำเป็นต้องทานเป็นไข่ขาวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถทานไข่แดงร่วมด้วยได้ เพียงแต่ยังต้องควบคุมปริมาณไข่แดง และควรคำนวนปริมาณโปรตีนให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ

ดูแลเรื่องสัดส่วนของจานอาหาร

จริงอยู่การทานคลีนทำให้เราสามารถลดพลังงานจากอาหารได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อทานคลีนแล้วจะสามารถทานเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด ซึ่งการกระทำแบบนี้จะทำให้เราอาจได้รับพลังงานมากเกินกว่าเราต้องการใช้ ถึงแม้ว่าเราจะทานอาหารเพื่อสุขภาพอยู่ก็ตาม ทางที่ดีควรจำกัดปริมาณ โดยการชั่งตวง และ แบ่งสัดส่วนจานอาหารให้สมดุลจะดีกว่า ดังนั้นเครื่องมือพื้นฐานของการเปลี่ยน lifestyle มาทานคลีนคือ เครื่องชั่งน้ำหนักอาหาร ช้อนตวง ถ้วยตวง เนื่องจากข้อมูลสารของอาหารที่มีอยู่ทั้งสิ่งพิมพ์และบนอินเตอร์เน็ตจะอ้างอิงจากน้ำหนักวัตถุดิบแทบทั้งสิ้นดังนั้นจึงควรมีเครื่องชั่งตวงวัดเหล่านี้เก็บไว้เพื่อให้การจัดสัดส่วนปริมาณอาหารเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

Cr.lovefitt.com

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

2.อาหารคลีนคืออะไร?


อาหารคลีนคืออะไร ?

อาหารคลีน (Clean Food) คืออาหารที่เน้นธรรมชาติของอาหารชนิดนั้นๆ โดยผ่านกระบวนการปรุงแต่งและการแปรรูปเพียงน้อยนิด เป็นอาหารที่ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่เสริม หรือดัดแปลงผ่านกรรมวิธีอะไรที่มากมาย อีกทั้งต้องสดสะอาด ไม่ใส่สารกันบูด ไม่เค็มหรือหวานจัด ตัวอย่างเช่น หากเป็นผลไม้ก็จะรับประทานแบบผลสดไม่นำไปดองหรือแช่อิ่มหรือหากเป็นเนื้อสัตว์ก็ต้องเป็นเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ขาหมู คากิ ตัดออกไปได้เลย เป็นต้น ซึ่งอาหารคลีนนั้นอาจจะมีรสชาติที่ไม่ได้จัดจ้านแบบอาหารปกติสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้จืดชืดจนรับประทานไม่ได้เลย

การรับประทานคลีนนั้นไม่จำเป็นต้องบริโภคผักหรือผลไม้เพียงเดียว แต่ต้องรับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดีกับที่ร่างกายต้องการด้วย ซึ่งส่วนนี้เองที่มีส่วนแตกต่างจากการรับประทานมังสวิรัติโดยปริยาย

แล้วอาหารแบบไหนที่ไม่ใช่อาหารคลีน ?

อาหารที่ไม่คลีน ง่ายๆ เลยคือเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป อาทิ อาหารกระป๋อง,อาหารกึ่งสำเร็จรูป,อาหารแช่แข็ง,อาหารฟาสต์ฟู้ด จั๊งค์ฟู้ด ,ขนมกรุบกรอบ,เครื่องดื่มน้ำอัดลม ฯลฯ นั่นเอง

ประโยชน์ของอาหารคลีน

อาหารคลีนเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกิน หรือผู้ที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งคุณคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า You are what you eat คุณกินอะไรเข้าไปก็จะได้อย่างนั้นกันใช่ไหม เอาเป็นว่าอยากสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยง่ายก็ลองให้อาหารคลีนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มในชีวิตกันนะ แต่หากยากเกินไปหรือยังติดในรสชาติอาหารที่จัดจ้านถึงพริกถึงขิงอยู่ละก็ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมารับประทานเป็นบางมื้อก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง


มาดูกันดีกว่าว่าหากอยากรับประทานอาหารแบบคลีนๆ ควรมีอะไรติดครัวหรือติดตู้เย็นของคุณกันบ้าง

สิ่งที่ควรมีติดครัว

 ผักและผลไม้สด

 แป้งที่ไม่ผ่านการขัดสี อาทิ ขนมปังโฮลวีต, ข้าวกล้อง, ข้าวซ้อมมือ,

 โปรตีนที่ดี เช่น อกไก่ไม่ติดหนัง, เนื้อปลา,ไข่ขาว, เต้าหู้ ฯลฯ

 น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ อาทิ น้ำมันมะกอก,น้ำมันมะพร้าว,น้ำมันอะโวคาโด,น้ำมันดอกทานตะวัน,น้ำมันเมล็ดฟักทอง ฯลฯ

 อาหารที่สดใหม่

สิ่งที่ไม่ควรมีติดครัว

 ผลิตภัณฑ์ขัดสี อาทิ ขนมปังสีขาว,ข้าวขาว,น้ำตาลทรายขาว

 อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง

 ผลิตภัณฑ์หรืออาหารที่ใส่สารกันบูด

 อาหารฟาสต์ฟู้ด จั๊งค์ฟู้ด

 เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์


ลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ







Cr.Marsmag

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

1."อาหารคลีน" ทางเลือกสุดฮิตของคนเมือง

ตอนนี้กระแสของการลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอกำลังมาแรง และถือว่าเป็นสิ่งดีที่ทำให้คนที่ลดน้ำหนักหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันแบบปลอดภัย ปราศจากการใช้ยาลดน้ำหนักที่อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยคนที่หันมาออกกำลังกายแบบนี้มาจากกระแสของการสร้างหุ่นที่เน้นความอวบอั้น และการมีหน้าท้องแบบซิกแพ็ค ซึ่งจำเป็นต้องมีการควบคุมอาหารอย่างมีวินัยร่วมด้วย จึงจะทำให้เห็นผลของการออกกำลังกายเห็นผลเร็ว และอาหารที่เรากินในช่วงเวลานี้ก็คืออาหารที่เรียกกันว่า “อาหารคลีน”


ทุกวันนี้เราคงได้ยินคำว่า Clean Foods หรืออาหารคลีนกันบ่อยๆ มันเป็นอย่างไรกันนะ แล้วมันดียังไงใครๆถึงต้องคลีนฟู้ดกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ต้องขอบอกว่าอาหารคลีนนั้นแสนจะดีต่อสุขภาพสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนักสามารถนำมาปรับใช้ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการเลือกกินเลือกปรุงอาหารดีๆที่ปลอดภัย ลดอาหารที่เป็นพิษภัยให้น้อยลงเพิ่มอาหารที่มีกากใยและคุณค่าทางอาหารสูง ระบบดูดซึมและเผาผลาญจะดีขึ้น ซึ่งดีต่อการลดน้ำหนักแบบสุขภาพดีและมีความสุขของเรา


วันนี้มีวิธีเริ่มต้นกับอาหารคลีนแบบง่ายๆมาฝาก 10 ข้อลองดูนะคะ

1. กินอาหารวันละ5มื้อแบ่งเป็น3มื้อหลักตามปกติและเพิ่มมื้อย่อยๆอีก2-3มื้อที่เป็นโปรตีนไขมันต่ำ คาร์โบไฮเดรตที่มีประโยชน์อย่างข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดขาว ผักสด ผลไม้สด เลี่ยงผลไม้พลังงานสูงอย่างทุเรียน ลำไยวิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอ ทำให้สดชื่นและระบบเผาผลาญทำงานได้ดีสม่ำเสมอตลอดวัน

2. ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ2ลิตรจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์สำหรับเครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนท์สูงอย่างไวน์แดงอนุโลมให้ดื่มได้วันละ1แก้ว

3. ช้อปปิ้งของกินอย่างมีสติ ใส่ใจกับฉลากอาหารขึ้นอีกนิดคลีนฟู้ดที่ดีควรมีส่วนประกอบหลักเพียง1-2ชนิดไม่ใช่อาหารที่มีส่วนประกอบยาวเป็นหางว่าวหรือมีกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อนเกินกว่าจะทำได้ตามครัวเรือนปกติเลี่ยง ลด อาหารประเภทแป้งและน้ำตาลฟอกขาว กินธัญพืชให้มากขึ้นเลี่ยงอาหารในกล่องโฟม หรือพลาสติกคุณภาพต่ำ

4.หลีกเลี่ยงศัตรูตัวร้ายของสุขภาพอย่างไขมันทรานส์และอาหารที่มีน้ำตาลสูง(ไขมันทรานส์ได้แก่มาร์การีน เนยเทียม ครีมเทียม เนยขาวสำหรับทอดเฟรนช์ฟรายขนมขบเคี้ยวและอาหารแปรรูปส่วนใหญ่ประกอบด้วยไขมันชนิดนี้)

5. เลือกกินไขมันชนิดที่เป็นประโยชน์อย่าง Omega3 และ Omega6 ที่มีมากใน ปลา อาหารทะเล เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก

6. เลือกอาหารจากผู้ผลิตรายย่อย เช่นผัก เนื้อสัตว์ ไข่และผลิตภัณฑ์นมจากฟาร์มท้องถิ่นยิ่งเป็นฟาร์มออแกนิกส์ หรือปลอดสารพิษได้ยิ่งดี

7. เลือกกินอาหารในท้องถิ่นตามฤดูกาลทั้งอร่อยดีต่อสุขภาพและยังประหยัด ไม่ต้องจ่ายแพงโดยไม่จำเป็น เพราะราคาอาหารจากแดนไกลนั้นส่วนหนึ่งเป็นค่าขนส่ง ภาษีและต้นทุนทางการค้า

8. กินช้าๆ เคี้ยวช้าๆ ค่อยๆเพลิดเพลินกับคุณค่าและความอร่อยของอาหารทุกๆคำ

9. เตรียมอาหารไปกินนอกบ้านบ่อยๆเท่าที่ทำได้ ทั้งที่ทำงานหรือตอนไปเที่ยว

10. ตั้งเป็นวาระครอบครัว ชวนทุกคนมีส่วนร่วม สรรหาและอิ่มอร่อยไปด้วยกันเพราะอาหารดีๆก็เหมือนอาหารใจชั้นดีที่เราควรมีให้กันในครอบครัว

Cr.women.sanook.com by kaew kaew